หลักของการจัดสวน

 

การจัดสวนต้องอาศัยศิลปทางสถาปัตยกรรมหรือศิลปกรรม ในเรื่องของสัดส่วนและสีสันของต้นไม้และวัตถุที่ใช้ปลูกหรือวางในบริเวณสวน ต้องมีความรู้ในทางพืชกรรม เพราะเกือบ 90 % ภายในสวนบริเวณสวนคือต้นไม้ และความรู้ทางด้านช่าง เช่น ช่างไม้ ช่างปูน ช่างไฟฟ้า ก็เป็นส่วนสำคัญในการจัดสวน
หลักในการจัดสวนให้ดูสวยงาม ตรงตามวัตถุประสงค์ มีหลักการโดยแบ่งเป็นข้อ ๆ ได้นี้
หลักของความกลมกลืน
ความกลมกลืนในลักษณะทางพฤกษศาสตร์
หมายถึงความกลมกลืนในลักษณะรูปทรง ของลำต้นและใบไม้ ควรจัดหรือปลูกให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ใบไม้ที่มีลักษณะกลม ย่อมมีความกลมกลืนไปจนถึงใบไม้ที่มีโคนใบมนกลมปลายใบแหลม เมื่อนำมาปลูกไว้ในกลุ่มเดียวกัน ลักษณะใบเป็นเป็นใบยาวเหมือนกันย่อมจะกลมกลืนกัน มะพร้าว ปาล์มขวด ปาล์มมนิลา มีลักษณะลำต้นตั้งตรงและใบมีลักษณะเป็นเส้นยาวเหมือนกัน เมื่ออยู่ในกลุ่มเดียวกันย่อมกลมกลืนกัน พืชผักสวนครัว ที่มีลักษณะใบคล้ายคลึงกัน เมื่อนำมาจัดรวมกันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ย่อมจะกลมกลืนกัน
ความกลมกลืนในลักษณะของวัตถุ
หินที่ใช้ประดับในสวนทุกก้อนมีลักษณะผิวและสีเหมือนกัน เมื่อนำมารวมอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ย่อมจะกลมกลืนกัน
การจัดสวนแบบธรรมชาติในชนบท ถ้าจัดให้กลมกลืนกัน จำเป็นต้องใช้วัสดุที่เหมือนธรรมชาติมากที่สุด เช่น สะพานข้ามลำธาร รั้ว ตอไม้สำหรับใช้นั่งเล่น จะต้องไม่ใช้ไม้แปรรูป ควรใช้ไม้เสาทั้งเปลือก
ความแตกต่าง(contrast)
ความแตกต่างในการจัดสวนแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ
ความแตกกต่างในลักษณะทางพฤกษศาสตร์
การจัดกลุ่มสวนครัว เมื่อปลูกโหรพาและพริก เพียง 2 ชนิด ต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้มีลักษณะใบเหมือนกัน เมื่ออยู่ในกลุ่มเดียวกัน ย่อมกลมกลืนกัน แต่เมื่อนำตะไคร้ มาปลูกอีกมุมหนึ่งก็จะทำให้ต้นไม้เหล่านี้เกิดความแตกต่าง ในทางพฤษศาสตร์ทันที เพราะตะไคร้มีใบยาวผิดจาก 2 ชนิดแรก
ความแตกต่างในลักษณะของสี
เมื่อนำโหรพาและพริกเพียง 2 ชนิด ต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดมีใบสีเขียวเหมือนกัน ย่อมกลมกลืนกัน แต่เมื่อเรานำกระเพราแดงหรือพืชชนิดอื่นที่มีใบแดงมาปลูกอีกมุมหนึ่ง ก็จะทำให้ต้นไม้กลุ่มนี้เกิดความแตกต่างในลักษณะของสีทันที
ใบของพลับพลึงหนู (พลับพลึงตีนเป็ด) จันผา และสัปะรดมีลักษณะเส้นยาวเหมือนกัน เมื่อนำมาปลูกรวมอยู่ในกลุ่มเดียวกันลักษณะทางพฤกษศาสตร์ย่อมกลมกลืนกัน แต่มีความแตกต่างกันในลักษณะของสี เพราะใบสับปะรดมีสีแดงต่างจาก 2 ชนิดแรกที่ใบมีสีเขียว การจัดสวนในลักษณะที่มีสีแตกต่างกันนี้เหมาะสำหรับงานแสดง ซึ่งจัดชั่วครั้งชั่วคราวในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะจัดให้ผิดธรรมชาติย่อมดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ดี แต่การจัดแบบนี้ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วจะทำให้ขาดความนุ่มนวล
การสร้างจุดเด่น (Highlight)
ในการจัดสวนจำเป็นต้องจัดให้มีจุดเด่นไว้ที่จุดใดจุดหนึ่ง จุดเด่นนี้อาจเป็นก้อนหินหรือต้นไม้ก็ได้ตามแต่ใจชอบ
วิธีการสร้างจุดเด่น
เมื่อหาตำแห่งที่เหมาะสมได้แล้วก็นำก้อนหินหรือต้นไม้ที่มีลักษณะงามสง่า รูปทรงสูง ไม่มีตำหนิ (ถ้าเป็นก้อนหินควรมีความสูงมากกว่าความกว้างของฐาน) วาง ณ จุดที่กำหนด และหาก้อนหินหรือต้นไม้ที่มีขนาดเล็กกว่าหรือเตี้ยกว่าอีก 2 ก้อน หรือ 2 ต้น มาวางให้แต่ละก้อนหรือแต่ละต้นห่างกันพอสมควร โดยมีช่องว่างระหว่างกัน ก้อนหิน 2 ก้อนหลัง หรือต้นไม้ 2 ต้นหลัง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า เตี้ยกว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวประกอบหรือส่วนประกอบ ส่วนก้อนหินก้อนแรกหรือต้นไม้ต้นแรกซึ่งมีรูปทรงสวยงามและสูงกว่าก็จะทำหน้าที่เป็นจุดเด่นของสวน จากภาพก้อนหินก้อนที่ 2 และก้อนที่ 3 จะทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้หินก้อนที่ 1 มีความเด่นสง่ายิ่งขึ้น
การเน้น(discord)
คือการเน้นจุดใดจุดหนึ่งภายในบริเวณสวนเป็นพิเศษ เช่น บนสนามหญ้าอันเขียวขจีเราอาจนำโคมไฟไปวางไว้ ณ จุดใดจุดหนึ่ง เพื่อเน้นให้เห็นความสำคัญของจุดนั้น หรือกลุ่มของต้นไม้อาจมีสีเขียว เมื่อถึงฤดูการก็จะผลัดใบ และออกดอกตามธรรมชาติ อาจเป็นสีเหลือง เช่น ดอกชัยพฤกษ์ หรือสีแดง เช่น ดอกหางนกยูงฝรั่ง ลักษณะสีที่แตกต่างหรือเปลี่ยนไปจากส่วนใหญ่ของเดิมนี้ เป็นการเน้นให้เห็นความสำคัญของจุดนั้น เกสรและกลีบดอกของดอกไม้ทุกชนิดสามารถเน้นได้ทั้งนั้น
การแสดงออกซึ่งผิวพรรณ(texture)
ต้นไม้และวัตถุทุกชนิดที่ปลูกไว้ หรือวางไว้ในบริเวณสวนย่อมแสดงออกซึ่งผิวพรรณ การปลูกต้นไม้ที่มีขนาดของใบที่แตกต่างกัน (ใหญ่ ปานกลางและเล็ก) ให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ควรจัดให้กลมกลืนกันเหมือนเกิดเองตามธรรมชาติ การวางวัตถุ เช่น ก้อนหินก็เช่นเดียวกัน ข้อที่ควรระวังก็คือ อย่าให้สิ่งที่ใหญ่กว่าหรือหยาบกว่าบังสิ่งที่เล็กกว่าหรือละเอียดกว่าจนมิดมองไม่เห็น ควรให้สามารถมองเห็นได้ทุกส่วน

มองหาตุ๊กตาดินเผาจัดสวน แต่งสวนของคุณมากกว่าร้อยแบบ
คลิ๊กที่นี่ครับ